การศึกษากับเศรษฐกิจ ฝ่ายไหนจะรับใช้ฝ่ายไหน

Somdet Phra Buddhaghosacariya (P. A. Payutto)

ธุรกิจได้เป็นเจ้าใหญ่ในแดนของบุคคล
และกำลังก้าวเข้ามาครอบงำในแดนของชีวิตด้วย

เวลานี้การเน้นด้านบุคคลที่อยู่ในสังคมนั้น เป็นส่วนที่เด่น กระบวนการสำคัญทั้งหมดที่เป็นไปอยู่ในโลกมนุษย์ที่เด่นในปัจจุบันนั้น เป็นเรื่องของบุคคลกับสังคม และในกระบวนการทางสังคมนั้น ส่วนที่ยิ่งใหญ่ขึ้นมามากก็คือด้านเศรษฐกิจ

กระบวนการทางสังคมด้านเศรษฐกิจนี้ กำลังใหญ่ขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่ง และมีอิทธิพลครอบงำระบบอื่นๆ ในทางสังคมด้วยกันเอง แต่แค่นั้นมันยังไม่หยุด เวลานี้เรื่องของเศรษฐกิจนี้ กำลังจะมีอำนาจแผ่อิทธิพลเข้ามาครอบงำเรื่องของมนุษย์ด้านชีวิตแท้ๆ ที่เป็นธรรมชาติด้วย จะเห็นได้แม้แต่ในเรื่องการศึกษา

เวลานี้เรา(ฝรั่ง)พยายามจัดศาสตร์ต่างๆ ในโลกเป็น ๓ หมวด คือเป็นมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ แต่แล้วการศึกษานี้ไม่รู้จะอยู่ในหมวดไหนดี

การศึกษาก็เลยเป็นประเภทก้ำๆ กึ่งๆ นักการศึกษาตะวันตกบางคนก็จัดเข้าเป็นสังคมศาสตร์ บางคนก็ไม่จัด ไม่รู้จะจัดเข้าอันไหนดี บางทีก็จัดแยกเป็นอิสระ คือจัดไม่ถูกและไม่ลงกัน

การศึกษานั้น แน่นอนว่ามันเป็นเรื่องของชีวิต จึงเป็นเรื่องพื้นฐาน ถ้าว่าตามหลักพุทธศาสนาก็คือ คนเราต้องมีชีวิตอยู่ เมื่อชีวิตมีอยู่ และเป็นไป เรียกว่าเราดำเนินชีวิตนั้น เราจะเป็นอยู่ หรือชีวิตจะดำเนินไปได้ เราก็ต้องเจอสถานการณ์ใหม่ พบประสบการณ์ใหม่ๆ ซึ่งเราจะต้องปรับตัว จะต้องเรียนรู้ จะต้องพัฒนาชีวิตนั้น เพื่อปฏิบัติต่อสถานการณ์นั้นหรือประสบการณ์นั้นให้ได้ผล

การที่เราพยายามดำรงชีวิตอยู่ด้วยดี หรือให้เป็นไปด้วยดี หรือแม้แต่ให้ดำเนินไปได้ในสถานการณ์นั้นๆ หรือในการพบประสบการณ์นั้นๆ นี่ก็คือการศึกษานั่นเอง เพราะฉะนั้นตราบใดที่เรามีชีวิตอยู่ เราก็มีการศึกษาตลอดเวลา ด้วยเหตุนี้พระพุทธศาสนาจึงให้ความสำคัญว่า ชีวิตกับการศึกษาเป็นอันเดียวกัน แต่หมายถึงชีวิตที่ดี

ชีวิตที่ไม่พยายามปรับตัว ไม่พยายามเรียนรู้ ไม่พยายามที่จะดำเนินไปให้บรรลุจุดหมายที่สูงขึ้นไป ก็สักแต่ว่ามีลมหายใจ ท่านเรียกความเป็นอยู่ของมนุษย์ที่สักแต่ว่ามีลมหายใจว่า "พาล" คนพาลก็คือคนที่เป็นอยู่สักแต่ว่ามีลมหายใจ คือไม่ศึกษา (บางทีเรียกว่า ไม่ดำเนินชีวิตด้วยปัญญา)

ถ้าไม่เป็นอยู่แบบพาล ไม่เป็นอยู่สักแต่ว่ามีลมหายใจ ก็ต้องมีการศึกษา การศึกษาก็คือการพยายามที่จะเป็นอยู่ให้ดี พยายามที่จะรับประสบการณ์ให้ได้ผล มีการเรียนรู้เพื่อจะอยู่อย่างไรให้รอดให้ดี จะปฏิบัติต่อสถานการณ์นั้นอย่างไรจึงจะได้ผลดี ก็ฝึกตัวพัฒนาตัวขึ้นไป นี่คือการศึกษา ตลอดเวลาและตลอดชีวิต

การศึกษาเป็นเรื่องของชีวิต เวลานี้เราอาจจะมองข้ามความหมายพื้นฐานนี้ไป แล้วก็เลยไปมองการศึกษาในความหมายต่างๆ ที่แปลกแยกจากชีวิต ซึ่งขณะนี้น่าเป็นห่วงว่า เศรษฐกิจที่มีอิทธิพลครอบงำเด่นในแดนของสังคมศาสตร์ ซึ่งสนใจมนุษย์เพียงในด้านเป็นบุคคลที่อยู่ในสังคม กำลังจะก้าวเข้ามามีอิทธิพลครอบงำแม้แต่การศึกษา เช่นมีการมองมนุษย์เป็นทรัพยากร เอาคนเป็นทรัพยากรมนุษย์

ที่ว่านี้เป็นการเริ่มที่เศรษฐกิจจะเอาการศึกษาไปเป็นเครื่องมือ หมายความว่า การศึกษาจะต้องไปสนองรับใช้เศรษฐกิจ โดยทำหน้าที่พัฒนาคนในฐานะเป็นทรัพยากรมนุษย์ เป็นเครื่องมือในการพัฒนาเศรษฐกิจ หรือกว้างออกไปก็พัฒนาสังคม อย่างนี้เป็นต้น

แม้แต่กว้างออกไปในการออกไปเกี่ยวข้องกับธรรมชาติ เวลานี้เศรษฐกิจก็เป็นตัวนำ โดยมีกระบวนการอุตสาหกรรมเป็นเครื่องมือ หรือเป็นช่องทางสนองจุดหมายในทางเศรษฐกิจ เรื่องนี้ก็ทำให้เกิดปัญหาที่ยอมรับกันทั่วที่เรียกว่า "การพัฒนาที่ไม่ยั่งยืน" อย่างที่เราประสบกันอยู่ในปัจจุบัน เพราะว่าเศรษฐกิจก้าวไปรุกรานแม้แต่ธรรมชาติ ภายใต้อิทธิพลของแนวคิดพิชิตธรรมชาติ ที่จะเอาชนะธรรมชาติ เพื่อเอาธรรมชาติมาเป็นวัตถุดิบเข้าโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อทำผลิตภัณฑ์สำหรับเสพบริโภคสนองความต้องการของมนุษย์ในทางเศรษฐกิจ ไปๆ มาๆ ธรรมชาติที่อยู่รอบตัวก็อยู่ไม่ได้ จึงเกิดการพัฒนาที่ไม่ยั่งยืน

The content of this site, apart from dhamma books and audio files, has not been approved by Somdet Phra Buddhaghosacariya.  Such content purpose is only to provide conveniece in searching for relevant dhamma.  Please make sure that you revisit and cross check with original documents or audio files before using it as a source of reference.